Stronghold: Definitive Edition
สตรองโฮลด์ เดฟฟินิทีฟ อิดิชั่น
Stronghold: Definitive Edition เป็นเกมวางแผนสร้างฐานยุคกลาง ตัวเกมเป็นการ remaster ของ Stronghold ซึ่งเป็นภาคแรกของซีรี่ส์ Stronghold โดยมีการปรับภาพให้มีความละเอียดสูงขึ้น, เสียงประกอบที่มีคุณภาพดีขึ้น, มีเนื้อหาใหม่ๆ เช่น แคมเปญเนื้อเรื่องใหม่ 14 ภารกิจ, "Castle Trail" 10 ภารกิจ อิงประวัติศาสตร์ รองรับผู้เล่นหลายคนบน Steam สูงสุด 8 คน, Workshop บน Steam เพื่อรองรับการดาวน์โหลด mods ที่สำคัญในภาคนี้ รองรับภาษาไทยด้วยนะ
Stronghold: Definitive Edition
กำลังทหาร (Military Forces)
ใน Stronghold: Definitive Edition กำลังทหาร (Military Forces) เป็นส่วนสำคัญในการป้องกันและขยายอาณาจักรของคุณ แหล่งที่มาและบทสนทนาของเราให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิธีการรวบรวม จัดการ และใช้งานกองกำลังเหล่านี้
คุณสามารถเริ่มสร้างกำลังทหารได้หลังจากที่คุณได้วาง Keep (ที่มั่น) และ Granary (ยุ้งฉาง) แล้ว การสร้างกองทัพเกี่ยวข้องกับ อาคารทางทหาร (Military Buildings), สินค้าทางทหาร (Military Goods) และการบริหาร เงิน (Money) รวมถึง คลังสมบัติ (Treasury) ของคุณ
นี่คือภาพรวมของกำลังทหารจากแหล่งที่มา:
- การสรรหากำลังพล (Recruitment)
- คุณสรรหากำลังพลได้ที่ โรงทหาร (The Barracks). โรงทหารมีสองประเภทคือ โรงทหารไม้ (Wooden Barracks) และ โรงทหารหิน (Stone Barracks) โดยโรงทหารไม้มีค่าสร้าง 10 ไม้ และโรงทหารหินมีค่าสร้าง 15 หิน.
- ในการสรรหากำลังพลที่โรงทหาร คุณจำเป็นต้องมี ชาวบ้านว่างงาน (free peasants), สินค้าทางทหารที่ถูกต้อง (correct military goods) และ ทองคำ (gold).
- ค่าใช้จ่ายเป็นทองคำในการสร้างทหารได้รับการเพิ่มเข้ามาใน Stronghold: Definitive Edition. คุณสามารถดูค่าใช้จ่ายได้โดยการวางเมาส์เหนือประเภททหารในหน้าต่างโรงทหาร.
- เมื่อคุณสรรหาทหารแล้ว ทหารของคุณจะปรากฏตัวที่ กองไฟ (campfire) ก่อนจะเดินไปยังโรงทหาร.
- ทหารไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของ กำลังแรงงาน (workforce) ของคุณ ดังนั้นจึงไม่ต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มเติม และไม่ได้รับปันส่วนอาหารจากยุ้งฉาง. ทองคำที่จ่ายไปนั้นใช้เป็นค่าอาหารของพวกเขาขณะรับราชการ.
- หน่วยพิเศษบางประเภท เช่น Tunnelers (พลขุดอุโมงค์) และ Engineers (พลช่างเครื่องกล) ถูกฝึกฝนที่ Guilds (โรงฝึกช่าง) ซึ่งต้องใช้ทองคำในการฝึก. Engineers Guild (โรงฝึกช่างเครื่องกล) มีค่าสร้าง 10 ไม้ และ 100 ทองคำ.
- Black Monks (พระดำ) เป็นหน่วยพิเศษที่จะปรากฏขึ้นเป็นครั้งคราวและเข้าร่วมต่อสู้.
- ใน Stronghold: Definitive Edition มีการเพิ่มคุณสมบัติใหม่ที่ช่วยให้สามารถ สรรหาทหารหลายประเภทได้พร้อมกันโดยการกด Shift หรือ CTRL.
- สินค้าทางทหารและคลังสรรพาวุธ (Military Goods and the Armory)
- สินค้าทางทหาร (Military Goods) ประกอบด้วยอาวุธและชุดเกราะ. มีอาวุธแปดประเภท.
- สินค้าทางทหารทั้งหมดจะถูกจัดเก็บไว้ใน คลังสรรพาวุธ (The Armory). คลังสรรพาวุธมีค่าสร้าง 10 ไม้.
- คุณสามารถดูจำนวนอาวุธและชุดเกราะที่คุณมีได้โดยการคลิกซ้ายที่คลังสรรพาวุธ.
- อาวุธแต่ละชนิดมีผู้ผลิตเฉพาะและต้องการทรัพยากรที่แตกต่างกัน:
- Bows (ธนู) และ Crossbows (หน้าไม้) ทำโดย Fletcher (ช่างธนู). ช่างธนูมีค่าสร้างโรง 20 ไม้ 100 ทองคำ และต้องการ 1 คนงาน. Bows ต้องการ 2 ไม้, Crossbows ต้องการ 3 ไม้.
- Spears (หอก) และ Pikes (ทวน) ทำโดย Poleturner (ช่างทำด้าม). ช่างทำด้ามมีค่าสร้างโรง 10 ไม้ 100 ทองคำ และต้องการ 1 คนงาน. Spears ต้องการ 1 ไม้, Pikes ต้องการ 2 ไม้.
- Maces (กระบองเหล็ก) และ Swords (ดาบ) ทำโดย Blacksmith (ช่างตีเหล็ก). ช่างตีเหล็กมีค่าสร้างโรง 20 ไม้ 200 ทองคำ และต้องการ 1 คนงาน. Maces และ Swords แต่ละชิ้นต้องการ 1 เหล็ก.
- Leather Armor (ชุดเกราะหนัง) ทำโดย Tanner (ช่างฟอกหนัง). ช่างฟอกหนังมีค่าสร้างโรง 10 ไม้ 100 ทองคำ และต้องการ 1 คนงาน. วัวหนึ่งตัวให้หนังเพียงพอสำหรับชุดเกราะสามชุด.
- Metal Armor (ชุดเกราะเหล็ก) ทำโดย Armorer (ช่างทำเกราะ). ช่างทำเกราะมีค่าสร้างโรง 20 ไม้ 100 ทองคำ และต้องการ 1 คนงาน. ชุดเกราะเหล็กต้องการ 1 เหล็ก.
- ประเภทหน่วยทหาร (Available Units) มีหน่วยทหารแปดประเภทที่สามารถจ้างได้จากโรงทหาร และหน่วยพิเศษเพิ่มเติมจากโรงฝึกช่าง:
- Archers (พลธนู): หน่วยโจมตีระยะไกลมาตรฐาน ขาดเกราะทำให้รวดเร็ว แต่ไร้ประโยชน์ในการต่อสู้ระยะประชิด มีระยะยิงไกล มีประสิทธิภาพต่อหน่วยที่ไม่มีชุดเกราะเหล็ก.
- Crossbowmen (พลหน้าไม้): เคลื่อนที่และบรรจุใหม่ช้า มีระยะสั้นกว่าพลธนู แต่แม่นยำมาก และยิงเจาะชุดเกราะเหล็กได้ง่าย.
- Spearmen (พลหอก): หน่วยระยะประชิดแรกที่เข้าถึงได้และราคาถูกที่สุด ไม่มีเกราะทำให้เร็วกว่าหน่วยส่วนใหญ่ มีประโยชน์ในการผลักบันไดออกจากกำแพงและขุดคูน้ำ เป็นหนึ่งในไม่กี่หน่วยที่ใช้บันไดปีนกำแพงได้.
- Pikemen (พลทวน): ทวนหนักและชุดเกราะเหล็กทำให้เคลื่อนที่ช้า แต่เป็นหน่วยป้องกันที่ดีที่สุด สามารถรับความเสียหายได้มาก เหมาะสำหรับการปิดกั้นพื้นที่.
- Macemen (พลกระบองเหล็ก): ดุร้าย รวดเร็ว และสร้างความเสียหายได้มาก เหมาะเป็นหน่วยจู่โจม แต่เกราะไม่หนักและอ่อนแอต่อการยิงระยะไกล เช่นเดียวกับพลหอก สามารถใช้บันไดปีนกำแพงได้.
- Swordsmen (พลดาบ): พลทหารราบชั้นยอด เกราะหนักทำให้เป็นหน่วยที่ช้าที่สุด แต่เมื่อถึงเป้าหมายจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง มีความสามารถทั้งการรุกและการรับที่ดีเยี่ยม.
- Knights (อัศวิน): สุดยอดทหารที่ได้รับการฝึกฝน รวดเร็วและอันตรายในการต่อสู้ มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการโจมตีเซอร์ไพรส์ ออกจากปราสาทไปทำลายอุปกรณ์ปิดล้อม อัศวินแต่ละคนต้องมีม้าที่ฝึกมาสำหรับเขาในคอกม้า. (โรงม้าไม่ได้อยู่ในแหล่งที่มาที่ให้มา)
- Tunnelers (พลขุดอุโมงค์): หน่วยพิเศษที่สามารถขุดใต้ฐานรากของกำแพงและป้อมปราการศัตรู ทำให้ถล่มลงมาได้ ฝึกฝนที่โรงฝึกพลขุดอุโมงค์ (Guild). ไม่สามารถขุดใต้น้ำหรือหอคอยได้ แต่สามารถโจมตีป้อมปราการขนาดเล็กกว่าได้.
- Laddermen (พลบันได): หากคุณไม่สามารถทำลายกำแพงลงได้ หน่วยเหล่านี้จะช่วยให้คุณปีนข้ามไปได้ ราคาถูก แต่เปราะบางมาก จึงต้องใช้งานอย่างรวดเร็ว.
- Engineers (พลช่างเครื่องกล): อาจเป็นหน่วยที่มีประโยชน์และหลากหลายที่สุดในเกม จำเป็นในการสร้างและบังคับอุปกรณ์ปิดล้อมทั้งในและนอกปราสาท. ฝึกฝนที่โรงฝึกช่างเครื่องกล (Engineer's Guild).
- Black Monks (พระดำ): ปรากฏเป็นครั้งคราว และจะช่วยคุณต่อสู้.
- Archers (พลธนู): หน่วยโจมตีระยะไกลมาตรฐาน ขาดเกราะทำให้รวดเร็ว แต่ไร้ประโยชน์ในการต่อสู้ระยะประชิด มีระยะยิงไกล มีประสิทธิภาพต่อหน่วยที่ไม่มีชุดเกราะเหล็ก.
- การออกคำสั่งทางทหาร (Issuing Military Commands)
- การเลือกหน่วย (Selecting Units): เลือกหน่วยเดียวด้วยการคลิกซ้าย เลือกกลุ่มด้วยการลากกล่องสี่เหลี่ยม. เพิ่ม/ลบหน่วยจากการเลือกด้วยการกด Shift + คลิกซ้าย. เลือกหน่วยประเภทเดียวกันทั้งหมดบนหน้าจอด้วยการดับเบิลคลิกที่หน่วยนั้น.
- หน้าต่างอินเทอร์เฟซกองทัพ (Army Interface Panel): เมื่อเลือกหน่วยแล้ว หน้าต่างนี้จะปรากฏที่ด้านล่างของหน้าจอ แสดงคำสั่งและข้อมูลหน่วย.
- การจัดกลุ่มหน่วย (Grouping units): เลือกกลุ่มหน่วย กด CTRL ค้างไว้แล้วกดตัวเลข (0-9) เพื่อกำหนดกลุ่ม. กดตัวเลขที่กำหนดเพื่อเลือกกลุ่ม หรือกดซ้ำอีกครั้งเพื่อไปยังตำแหน่งของกลุ่ม. มีหน้าต่างภาพรวม Control Groups เพื่อดูและจัดการกลุ่ม.
- คำสั่งเคลื่อนที่ (Marching Orders): เคอร์เซอร์จะเปลี่ยนเป็นรูปเคลื่อนที่ (สีเขียวคือเคลื่อนที่ได้, สีแดงคือเข้าถึงไม่ได้). สามารถสั่งหน่วยไปที่ตำแหน่งเฉพาะได้.
- การวางตำแหน่งบนกำแพง/หอคอย (Positioning on Walls/Towers): ใช้เคอร์เซอร์ Fortify แล้วคลิกซ้ายเพื่อส่งหน่วยไปที่ตำแหน่งบนกำแพงหรือโครงสร้างป้องกัน (ต้องมีบันได).
- การลาดตระเวน (Patrolling): ตั้งค่าหน่วยให้ลาดตระเวนระหว่างสองจุดโดยใช้ปุ่ม 'Patrol'. สามารถตั้งค่าจุดลาดตระเวนขั้นสูงได้ถึง 10 จุดโดยกด Shift ค้างไว้แล้วคลิก.
- การหยุดหน่วย (Stopping Units): กดปุ่ม 'Stop' เพื่อหยุดหน่วยที่กำลังเคลื่อนที่.
- ท่าประจำ (Unit Stances): มีสามท่าคือ Stand Ground (ยืนหยัด), Defensive Stance (ท่าป้องกัน), และ Aggressive Stance (ท่าจู่โจม). ท่าเหล่านี้กำหนดพฤติกรรมในการต่อสู้ การเคลื่อนที่ และการตอบสนองต่อศัตรู/การโจมตีระยะไกล.
- คำสั่งต่อสู้ (Military Commands): คลิกที่ศัตรูเมื่อเห็นเคอร์เซอร์โจมตี. มีปุ่ม Special Attack (โจมตีพิเศษ) ที่เปลี่ยนแปลงไปตามหน่วย.
- Attack Here (โจมตีตรงนี้): สำหรับหน่วยระยะไกล กำหนดพื้นที่โจมตีเป็นวงกลม มีประโยชน์ในการโจมตีหน่วยหลังกำแพง.
- Pour Oil (เทน้ำมัน): สำหรับ Engineer ที่ได้รับหม้อน้ำมันเดือด กำหนดทิศทางเทน้ำมันได้ สามารถเทลงบนพื้นได้ (อันตรายต่อตัวเอง). Engineer จะกลับไปเติมน้ำมันที่ Oil Smelter โดยอัตโนมัติ. Engineer ที่อยู่ในท่า Defensive หรือ Aggressive สามารถเทน้ำมันได้โดยอัตโนมัติ.
- Dig Here (ขุดตรงนี้): สำหรับ Tunneler คลิกใกล้ปราสาทศัตรู Tunneler จะขุดไปยังกำแพงหรือประตูที่ใกล้ที่สุดและทำให้โครงสร้างข้างบนถล่ม.
- Build (สร้าง): สำหรับ Engineer นำไปสู่รายการอุปกรณ์ปิดล้อมที่สร้างได้.
- Launch Cow (ยิงวัว): สำหรับ Catapults และ Trebuchets ในบางภารกิจ ต้องมีวัวป่วยในสต็อก.
- Attack Here (โจมตีตรงนี้): สำหรับหน่วยระยะไกล กำหนดพื้นที่โจมตีเป็นวงกลม มีประโยชน์ในการโจมตีหน่วยหลังกำแพง.
- การปลดประจำการ (Retire): เลือกหน่วยแล้วคลิกปุ่ม 'Disband' หน่วยจะกลายเป็นชาวบ้านกลับไปที่กองไฟ (หากเข้าถึงได้).
- การโจมตีด้วย Lord (Attacking with your Lord): Lord ของคุณเป็นนักสู้ที่อันตรายมาก และการเสีย Lord หมายถึงความพ่ายแพ้. Lord จะกลับไปยัง Keep เพื่อความปลอดภัย ยกเว้นจะสั่งให้โจมตี. Lord ไม่สามารถสั่งให้เคลื่อนที่ไปยังจุดที่ต้องการได้โดยตรง.
- การเลือกหน่วย (Selecting Units): เลือกหน่วยเดียวด้วยการคลิกซ้าย เลือกกลุ่มด้วยการลากกล่องสี่เหลี่ยม. เพิ่ม/ลบหน่วยจากการเลือกด้วยการกด Shift + คลิกซ้าย. เลือกหน่วยประเภทเดียวกันทั้งหมดบนหน้าจอด้วยการดับเบิลคลิกที่หน่วยนั้น.
- อุปกรณ์ปิดล้อม (Siege Equipment)
- อุปกรณ์ปิดล้อมต้องใช้ Engineer ในการสร้างและบังคับ. เลือก Engineer แล้วคลิกปุ่ม 'Build' เพื่อดูรายการที่สร้างได้.
- เมื่อเลือกอุปกรณ์ที่จะสร้างแล้วคลิกบนแผนที่ จะปรากฏ เต็นท์ปิดล้อม (siege tent) ซึ่งบอกระยะเวลาในการสร้าง. เต็นท์ปิดล้อมและ Engineer ที่อยู่ภายในเปราะบางมากระหว่างการสร้าง.
- อุปกรณ์ปิดล้อมต้องการ Engineer ตามจำนวนที่กำหนดเพื่อบังคับ.
- ประเภทอุปกรณ์ปิดล้อม:
- Portable Shields (โล่เคลื่อนที่): ต้องการ 1 Engineer ปกป้องทหารราบจากการยิงระยะไกล แต่เปราะบางต่อการโจมตีระยะประชิด.
- Battering Rams (รถกระทุ้งประตู): ต้องการ 4 Engineer เคลื่อนที่ช้า ทนทาน เป็นอาวุธชั้นดีในการทำลายประตู กำแพง และหอคอย.
- Siege Towers (หอคอยปิดล้อม): ต้องการ 4 Engineer เมื่ออยู่ในตำแหน่ง จะช่วยให้ทหารของคุณปีนขึ้นกำแพงศัตรูได้อย่างรวดเร็ว.
- Catapults (เครื่องยิงก้อนหิน): ต้องการ 2 Engineer เคลื่อนที่ได้ ค่อนข้างแม่นยำ ระยะปานกลาง สร้างความเสียหายปานกลาง ดีสำหรับการโจมตีเฉพาะจุด เช่น ทำลายโครงสร้าง. สามารถยิงวัวป่วยได้ในบางภารกิจ.
- Trebuchets (เครื่องยิงหินขนาดใหญ่): ต้องการ 3 Engineer ขนาดใหญ่และอยู่กับที่เมื่อสร้างแล้ว ขาดความแม่นยำของ Catapults แต่มีระยะไกลมากและสร้างความเสียหายได้มากเมื่อกระทบโครงสร้าง. ยิงด้วยวิถีโค้งสูง จึงเหมาะสำหรับการยิงข้ามกำแพง. สามารถยิงวัวป่วยเพื่อกระจายโรคได้.
- Portable Shields (โล่เคลื่อนที่): ต้องการ 1 Engineer ปกป้องทหารราบจากการยิงระยะไกล แต่เปราะบางต่อการโจมตีระยะประชิด.
- Catapults และ Trebuchets ใช้ หิน (rocks) ในการยิง สามารถแลกเปลี่ยน 10 หิน (จาก Stockpile) เป็น 20 ก้อนหินสำหรับยิงได้.
- อุปกรณ์ปิดล้อมต้องใช้ Engineer ในการสร้างและบังคับ. เลือก Engineer แล้วคลิกปุ่ม 'Build' เพื่อดูรายการที่สร้างได้.
- โครงสร้างป้องกันที่เกี่ยวข้อง (Related Defensive Structures)
- Gatehouses (ประตูเมือง): ให้คนงานเข้า-ออกปราสาท สามารถหมุนได้. Gatehouse หินสามารถติดตั้ง Drawbridge (สะพานชัก) ได้.
- Walls (กำแพง): สร้างจากไม้หรือหิน. กำแพงหินสามารถเพิ่ม Crenellated walls เพื่อเพิ่มการป้องกัน. กำแพงไม้ถูกกว่าแต่พังง่ายกว่าและ ทหารยืนบนกำแพงไม้ไม่ได้.
- Turrets (ป้อมเล็ก): ราคาถูก รับความเสียหายได้มากกว่ากำแพง กันบันได ให้โบนัสระยะยิง/ป้องกันแก่หน่วยระยะไกล บรรจุทหารได้น้อย ไม่รองรับอุปกรณ์ปิดล้อม และอ่อนแอต่อการขุดอุโมงค์.
- Towers (หอคอย): ราคาแพงกว่า ทหารบรรจุได้มากกว่า รองรับอุปกรณ์ปิดล้อมป้องกัน และ ไม่ถูกโจมตีด้วยการขุดอุโมงค์. ให้โบนัสระยะยิง/ป้องกันเหมือนป้อมเล็ก. ทหารเข้าหอคอยผ่านกำแพงที่ติดกันและต้องมีบันได.
- Stairs (บันได): จำเป็นเพื่อให้ทหารขึ้นไปบนกำแพงและ Gatehouse ได้.
- Traps (กับดัก): มี Killing Pit (บ่อสังหาร) และ Pitch Ditch (คูน้ำมัน). Pitch Ditch ต้องใช้ Pitch และต้องให้ Archer ที่มีเตาไฟจุดไฟด้วยธนูติดไฟ.
- Moat (คูน้ำ): สามารถขุด (ต้องใช้หน่วยทหารที่มีเคอร์เซอร์พลั่ว) และถมได้. บางหน่วยทหารปฏิเสธการขุดคูน้ำ.
- Mounted Siege Equipment (อุปกรณ์ปิดล้อมติดตั้ง): Ballista และ Mangonels สามารถวางบนหอคอยได้. ต้องการ Engineer ในการบังคับ.
- Boiling Oil (น้ำมันเดือด): การป้องกันที่ยอดเยี่ยม ต้องมี Oil Smelter (โรงหลอมน้ำมัน) (10 เหล็ก, 100 ทองคำ) และ Engineer ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแล. Engineer คนแรกจะเติมน้ำมันใน Smelter ส่วนคนต่อมาจะได้รับหม้อน้ำมันเดือด.
- Gatehouses (ประตูเมือง): ให้คนงานเข้า-ออกปราสาท สามารถหมุนได้. Gatehouse หินสามารถติดตั้ง Drawbridge (สะพานชัก) ได้.
- ปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อกำลังทหาร
- Fear Factor (ปัจจัยความกลัว): การวางสิ่งดีๆ (Good Things) หรือสิ่งไม่ดี (Bad Things) รอบๆ ปราสาทมีผลต่อ Fear Factor และส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของคนงานและ โบนัส/บทลงโทษการโจมตี (attack rating bonus/penalty) ของทหาร. สิ่งดีๆ ให้โบนัส (+25% สูงสุด), สิ่งไม่ดีให้บทลงโทษ (-25% สูงสุด). สามารถดูโบนัสได้จากหน้าต่างรายงานของ Scribe ภายใต้ปุ่ม 'Army'. จุดสีเขียว/แดงเหนือแถบพลังชีวิตของหน่วยแสดงโบนัส/บทลงโทษ (จุดละ 5%).
- กำลังทหารในโหมดเกมต่างๆ (Military Forces in different Game Modes)
- กำลังทหารเป็นหัวใจหลักของโหมด Combat campaign (แคมเปญต่อสู้), Jewel Campaign (แคมเปญ Jewel), Siege mission (ภารกิจปิดล้อม) และ Invasion Scenario (ฉากบุกรุก).
- ในโหมด Free Build (สร้างอิสระ) โดยปกติไม่มีศัตรู แต่คุณสามารถตั้งค่าให้มีการ Invasions (การบุกรุก) ซ้ำๆ ได้ โดยปรับความยากง่าย และมีช่วง Peace Time (ช่วงสงบสุข) ก่อนการบุกรุกจะเริ่ม. คุณสามารถเรียกเหตุการณ์และการบุกรุกเองได้ในเกม Free Build โดยใช้หน่วยทหารและอุปกรณ์ปิดล้อมที่กำหนดไว้ล่วงหน้าหรือกำหนดเอง.
- ในโหมด Multiplayer (ผู้เล่นหลายคน) สามารถเล่นได้สูงสุด 8 คนผ่าน Steam. โหมด King of the Hill (ราชาแห่งเนินเขา) มีวัตถุประสงค์คือการยึด Keep กลางให้นานพอ. Host สามารถปรับการตั้งค่าเกมได้หลายอย่าง รวมถึง Tech Level (ระดับเทคโนโลยี) (มีผลต่อหน่วยทหารที่เข้าถึงได้), Starting Goods/Troops/Gold (ทรัพยากร/ทหาร/ทองเริ่มต้น), และ Strong Walls (กำแพงแข็งแรง) ที่ป้องกันไม่ให้หน่วยทหารปกติสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างป้องกัน.
- ใน Map Editor (โปรแกรมแก้ไขแผนที่) คุณสามารถวางหน่วยทหารบนแผนที่ได้ รวมถึงบนหอคอยและกำแพง. คุณยังสามารถตั้งค่า Invasions (การบุกรุก) ใน Scenario Editor ได้ โดยกำหนดผู้โจมตี จุดเข้าแผนที่ และการโจมตีซ้ำ.
- โหมด Siege That (ปิดล้อมปราสาท) เป็นโหมดพิเศษที่คุณต้องใช้ทรัพยากรและทองคำที่จำกัดเพื่อสร้างและป้องกันปราสาท ในขณะที่ผู้เล่นฝ่ายโจมตีจะได้รับแต้มเพื่อใช้ซื้อหน่วยทหารและอุปกรณ์ปิดล้อมในการโจมตี
- กำลังทหารเป็นหัวใจหลักของโหมด Combat campaign (แคมเปญต่อสู้), Jewel Campaign (แคมเปญ Jewel), Siege mission (ภารกิจปิดล้อม) และ Invasion Scenario (ฉากบุกรุก).
- คุณภาพชีวิตและการควบคุม (Quality of Life and Controls)
- มีการ เพิ่มขีดจำกัดของทหารและอาคาร (Increased troop and building limits) ใน Definitive Edition.
- มีแถบเลื่อนระดับเสียงสำหรับ 'Unit speech' (เสียงพูดของหน่วย).
- ระบบควบคุม Classic vs Modern Controls มีผลต่อการเลือกหน่วยและการสั่งให้เคลื่อนที่/โจมตี (ใช้คลิกซ้ายสำหรับเลือกทั้งสองแบบ แต่ Modern ใช้คลิกขวาสำหรับเคลื่อนที่/โจมตี ส่วน Classic ใช้คลิกซ้าย).
- มีปุ่มลัดคีย์บอร์ดเพื่อช่วยในการจัดการ เช่น การจัดกลุ่มหน่วย, การตั้งจุดเดิน, การเลือกหน่วยประเภทเดียวกัน, การศูนย์กลางกล้องไปที่ Barracks ('B'), Lord ('L'), หรือ Signpost (จุดที่ศัตรูปรากฏ) ('S' ใน Classic, 'O' ใน Modern).
- มีการ เพิ่มขีดจำกัดของทหารและอาคาร (Increased troop and building limits) ใน Definitive Edition.