Skip to main content

Stronghold: Definitive Edition

(as "Stronghold: Remaster")

สตรองโฮลด์ เดฟฟินิทีฟ อิดิชั่น

Platform:

Stronghold: Definitive Edition  เป็นเกมวางแผนสร้างฐานยุคกลาง  ตัวเกมเป็นการ remaster ของ Stronghold ซึ่งเป็นภาคแรกของซีรี่ส์ Stronghold โดยมีการปรับภาพให้มีความละเอียดสูงขึ้น, เสียงประกอบที่มีคุณภาพดีขึ้น,  มีเนื้อหาใหม่ๆ  เช่น แคมเปญเนื้อเรื่องใหม่ 14 ภารกิจ, "Castle Trail" 10 ภารกิจ อิงประวัติศาสตร์  รองรับผู้เล่นหลายคนบน Steam สูงสุด 8 คน, Workshop บน Steam เพื่อรองรับการดาวน์โหลด mods ที่สำคัญในภาคนี้ รองรับภาษาไทยด้วยนะ


Stronghold: Definitive Edition

กำลังทหาร (Military Forces)


ใน Stronghold: Definitive Edition กำลังทหาร (Military Forces) เป็นส่วนสำคัญในการป้องกันและขยายอาณาจักรของคุณ แหล่งที่มาและบทสนทนาของเราให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิธีการรวบรวม จัดการ และใช้งานกองกำลังเหล่านี้
คุณสามารถเริ่มสร้างกำลังทหารได้หลังจากที่คุณได้วาง Keep (ที่มั่น) และ Granary (ยุ้งฉาง) แล้ว การสร้างกองทัพเกี่ยวข้องกับ อาคารทางทหาร (Military Buildings), สินค้าทางทหาร (Military Goods) และการบริหาร เงิน (Money) รวมถึง คลังสมบัติ (Treasury) ของคุณ
นี่คือภาพรวมของกำลังทหารจากแหล่งที่มา:

  1. การสรรหากำลังพล (Recruitment)
    • คุณสรรหากำลังพลได้ที่ โรงทหาร (The Barracks). โรงทหารมีสองประเภทคือ โรงทหารไม้ (Wooden Barracks) และ โรงทหารหิน (Stone Barracks) โดยโรงทหารไม้มีค่าสร้าง 10 ไม้ และโรงทหารหินมีค่าสร้าง 15 หิน.
    • ในการสรรหากำลังพลที่โรงทหาร คุณจำเป็นต้องมี ชาวบ้านว่างงาน (free peasants), สินค้าทางทหารที่ถูกต้อง (correct military goods) และ ทองคำ (gold).
    • ค่าใช้จ่ายเป็นทองคำในการสร้างทหารได้รับการเพิ่มเข้ามาใน Stronghold: Definitive Edition. คุณสามารถดูค่าใช้จ่ายได้โดยการวางเมาส์เหนือประเภททหารในหน้าต่างโรงทหาร.
    • เมื่อคุณสรรหาทหารแล้ว ทหารของคุณจะปรากฏตัวที่ กองไฟ (campfire) ก่อนจะเดินไปยังโรงทหาร.
    • ทหารไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของ กำลังแรงงาน (workforce) ของคุณ ดังนั้นจึงไม่ต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มเติม และไม่ได้รับปันส่วนอาหารจากยุ้งฉาง. ทองคำที่จ่ายไปนั้นใช้เป็นค่าอาหารของพวกเขาขณะรับราชการ.
    • หน่วยพิเศษบางประเภท เช่น Tunnelers (พลขุดอุโมงค์) และ Engineers (พลช่างเครื่องกล) ถูกฝึกฝนที่ Guilds (โรงฝึกช่าง) ซึ่งต้องใช้ทองคำในการฝึก. Engineers Guild (โรงฝึกช่างเครื่องกล) มีค่าสร้าง 10 ไม้ และ 100 ทองคำ.
    • Black Monks (พระดำ) เป็นหน่วยพิเศษที่จะปรากฏขึ้นเป็นครั้งคราวและเข้าร่วมต่อสู้.
    • ใน Stronghold: Definitive Edition มีการเพิ่มคุณสมบัติใหม่ที่ช่วยให้สามารถ สรรหาทหารหลายประเภทได้พร้อมกันโดยการกด Shift หรือ CTRL.
  2. สินค้าทางทหารและคลังสรรพาวุธ (Military Goods and the Armory)
    • สินค้าทางทหาร (Military Goods) ประกอบด้วยอาวุธและชุดเกราะ. มีอาวุธแปดประเภท.
    • สินค้าทางทหารทั้งหมดจะถูกจัดเก็บไว้ใน คลังสรรพาวุธ (The Armory). คลังสรรพาวุธมีค่าสร้าง 10 ไม้.
    • คุณสามารถดูจำนวนอาวุธและชุดเกราะที่คุณมีได้โดยการคลิกซ้ายที่คลังสรรพาวุธ.
    • อาวุธแต่ละชนิดมีผู้ผลิตเฉพาะและต้องการทรัพยากรที่แตกต่างกัน:
      • Bows (ธนู) และ Crossbows (หน้าไม้) ทำโดย Fletcher (ช่างธนู). ช่างธนูมีค่าสร้างโรง 20 ไม้ 100 ทองคำ และต้องการ 1 คนงาน. Bows ต้องการ 2 ไม้, Crossbows ต้องการ 3 ไม้.
      • Spears (หอก) และ Pikes (ทวน) ทำโดย Poleturner (ช่างทำด้าม). ช่างทำด้ามมีค่าสร้างโรง 10 ไม้ 100 ทองคำ และต้องการ 1 คนงาน. Spears ต้องการ 1 ไม้, Pikes ต้องการ 2 ไม้.
      • Maces (กระบองเหล็ก) และ Swords (ดาบ) ทำโดย Blacksmith (ช่างตีเหล็ก). ช่างตีเหล็กมีค่าสร้างโรง 20 ไม้ 200 ทองคำ และต้องการ 1 คนงาน. Maces และ Swords แต่ละชิ้นต้องการ 1 เหล็ก.
      • Leather Armor (ชุดเกราะหนัง) ทำโดย Tanner (ช่างฟอกหนัง). ช่างฟอกหนังมีค่าสร้างโรง 10 ไม้ 100 ทองคำ และต้องการ 1 คนงาน. วัวหนึ่งตัวให้หนังเพียงพอสำหรับชุดเกราะสามชุด.
      • Metal Armor (ชุดเกราะเหล็ก) ทำโดย Armorer (ช่างทำเกราะ). ช่างทำเกราะมีค่าสร้างโรง 20 ไม้ 100 ทองคำ และต้องการ 1 คนงาน. ชุดเกราะเหล็กต้องการ 1 เหล็ก.
  3. ประเภทหน่วยทหาร (Available Units) มีหน่วยทหารแปดประเภทที่สามารถจ้างได้จากโรงทหาร และหน่วยพิเศษเพิ่มเติมจากโรงฝึกช่าง:
    • Archers (พลธนู): หน่วยโจมตีระยะไกลมาตรฐาน ขาดเกราะทำให้รวดเร็ว แต่ไร้ประโยชน์ในการต่อสู้ระยะประชิด มีระยะยิงไกล มีประสิทธิภาพต่อหน่วยที่ไม่มีชุดเกราะเหล็ก.
    • Crossbowmen (พลหน้าไม้): เคลื่อนที่และบรรจุใหม่ช้า มีระยะสั้นกว่าพลธนู แต่แม่นยำมาก และยิงเจาะชุดเกราะเหล็กได้ง่าย.
    • Spearmen (พลหอก): หน่วยระยะประชิดแรกที่เข้าถึงได้และราคาถูกที่สุด ไม่มีเกราะทำให้เร็วกว่าหน่วยส่วนใหญ่ มีประโยชน์ในการผลักบันไดออกจากกำแพงและขุดคูน้ำ เป็นหนึ่งในไม่กี่หน่วยที่ใช้บันไดปีนกำแพงได้.
    • Pikemen (พลทวน): ทวนหนักและชุดเกราะเหล็กทำให้เคลื่อนที่ช้า แต่เป็นหน่วยป้องกันที่ดีที่สุด สามารถรับความเสียหายได้มาก เหมาะสำหรับการปิดกั้นพื้นที่.
    • Macemen (พลกระบองเหล็ก): ดุร้าย รวดเร็ว และสร้างความเสียหายได้มาก เหมาะเป็นหน่วยจู่โจม แต่เกราะไม่หนักและอ่อนแอต่อการยิงระยะไกล เช่นเดียวกับพลหอก สามารถใช้บันไดปีนกำแพงได้.
    • Swordsmen (พลดาบ): พลทหารราบชั้นยอด เกราะหนักทำให้เป็นหน่วยที่ช้าที่สุด แต่เมื่อถึงเป้าหมายจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง มีความสามารถทั้งการรุกและการรับที่ดีเยี่ยม.
    • Knights (อัศวิน): สุดยอดทหารที่ได้รับการฝึกฝน รวดเร็วและอันตรายในการต่อสู้ มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการโจมตีเซอร์ไพรส์ ออกจากปราสาทไปทำลายอุปกรณ์ปิดล้อม อัศวินแต่ละคนต้องมีม้าที่ฝึกมาสำหรับเขาในคอกม้า. (โรงม้าไม่ได้อยู่ในแหล่งที่มาที่ให้มา)
    • Tunnelers (พลขุดอุโมงค์): หน่วยพิเศษที่สามารถขุดใต้ฐานรากของกำแพงและป้อมปราการศัตรู ทำให้ถล่มลงมาได้ ฝึกฝนที่โรงฝึกพลขุดอุโมงค์ (Guild). ไม่สามารถขุดใต้น้ำหรือหอคอยได้ แต่สามารถโจมตีป้อมปราการขนาดเล็กกว่าได้.
    • Laddermen (พลบันได): หากคุณไม่สามารถทำลายกำแพงลงได้ หน่วยเหล่านี้จะช่วยให้คุณปีนข้ามไปได้ ราคาถูก แต่เปราะบางมาก จึงต้องใช้งานอย่างรวดเร็ว.
    • Engineers (พลช่างเครื่องกล): อาจเป็นหน่วยที่มีประโยชน์และหลากหลายที่สุดในเกม จำเป็นในการสร้างและบังคับอุปกรณ์ปิดล้อมทั้งในและนอกปราสาท. ฝึกฝนที่โรงฝึกช่างเครื่องกล (Engineer's Guild).
    • Black Monks (พระดำ): ปรากฏเป็นครั้งคราว และจะช่วยคุณต่อสู้.
  4. การออกคำสั่งทางทหาร (Issuing Military Commands)
    • การเลือกหน่วย (Selecting Units): เลือกหน่วยเดียวด้วยการคลิกซ้าย เลือกกลุ่มด้วยการลากกล่องสี่เหลี่ยม. เพิ่ม/ลบหน่วยจากการเลือกด้วยการกด Shift + คลิกซ้าย. เลือกหน่วยประเภทเดียวกันทั้งหมดบนหน้าจอด้วยการดับเบิลคลิกที่หน่วยนั้น.
    • หน้าต่างอินเทอร์เฟซกองทัพ (Army Interface Panel): เมื่อเลือกหน่วยแล้ว หน้าต่างนี้จะปรากฏที่ด้านล่างของหน้าจอ แสดงคำสั่งและข้อมูลหน่วย.
    • การจัดกลุ่มหน่วย (Grouping units): เลือกกลุ่มหน่วย กด CTRL ค้างไว้แล้วกดตัวเลข (0-9) เพื่อกำหนดกลุ่ม. กดตัวเลขที่กำหนดเพื่อเลือกกลุ่ม หรือกดซ้ำอีกครั้งเพื่อไปยังตำแหน่งของกลุ่ม. มีหน้าต่างภาพรวม Control Groups เพื่อดูและจัดการกลุ่ม.
    • คำสั่งเคลื่อนที่ (Marching Orders): เคอร์เซอร์จะเปลี่ยนเป็นรูปเคลื่อนที่ (สีเขียวคือเคลื่อนที่ได้, สีแดงคือเข้าถึงไม่ได้). สามารถสั่งหน่วยไปที่ตำแหน่งเฉพาะได้.
    • การวางตำแหน่งบนกำแพง/หอคอย (Positioning on Walls/Towers): ใช้เคอร์เซอร์ Fortify แล้วคลิกซ้ายเพื่อส่งหน่วยไปที่ตำแหน่งบนกำแพงหรือโครงสร้างป้องกัน (ต้องมีบันได).
    • การลาดตระเวน (Patrolling): ตั้งค่าหน่วยให้ลาดตระเวนระหว่างสองจุดโดยใช้ปุ่ม 'Patrol'. สามารถตั้งค่าจุดลาดตระเวนขั้นสูงได้ถึง 10 จุดโดยกด Shift ค้างไว้แล้วคลิก.
    • การหยุดหน่วย (Stopping Units): กดปุ่ม 'Stop' เพื่อหยุดหน่วยที่กำลังเคลื่อนที่.
    • ท่าประจำ (Unit Stances): มีสามท่าคือ Stand Ground (ยืนหยัด), Defensive Stance (ท่าป้องกัน), และ Aggressive Stance (ท่าจู่โจม). ท่าเหล่านี้กำหนดพฤติกรรมในการต่อสู้ การเคลื่อนที่ และการตอบสนองต่อศัตรู/การโจมตีระยะไกล.
    • คำสั่งต่อสู้ (Military Commands): คลิกที่ศัตรูเมื่อเห็นเคอร์เซอร์โจมตี. มีปุ่ม Special Attack (โจมตีพิเศษ) ที่เปลี่ยนแปลงไปตามหน่วย.
      • Attack Here (โจมตีตรงนี้): สำหรับหน่วยระยะไกล กำหนดพื้นที่โจมตีเป็นวงกลม มีประโยชน์ในการโจมตีหน่วยหลังกำแพง.
      • Pour Oil (เทน้ำมัน): สำหรับ Engineer ที่ได้รับหม้อน้ำมันเดือด กำหนดทิศทางเทน้ำมันได้ สามารถเทลงบนพื้นได้ (อันตรายต่อตัวเอง). Engineer จะกลับไปเติมน้ำมันที่ Oil Smelter โดยอัตโนมัติ. Engineer ที่อยู่ในท่า Defensive หรือ Aggressive สามารถเทน้ำมันได้โดยอัตโนมัติ.
      • Dig Here (ขุดตรงนี้): สำหรับ Tunneler คลิกใกล้ปราสาทศัตรู Tunneler จะขุดไปยังกำแพงหรือประตูที่ใกล้ที่สุดและทำให้โครงสร้างข้างบนถล่ม.
      • Build (สร้าง): สำหรับ Engineer นำไปสู่รายการอุปกรณ์ปิดล้อมที่สร้างได้.
      • Launch Cow (ยิงวัว): สำหรับ Catapults และ Trebuchets ในบางภารกิจ ต้องมีวัวป่วยในสต็อก.
    • การปลดประจำการ (Retire): เลือกหน่วยแล้วคลิกปุ่ม 'Disband' หน่วยจะกลายเป็นชาวบ้านกลับไปที่กองไฟ (หากเข้าถึงได้).
    • การโจมตีด้วย Lord (Attacking with your Lord): Lord ของคุณเป็นนักสู้ที่อันตรายมาก และการเสีย Lord หมายถึงความพ่ายแพ้. Lord จะกลับไปยัง Keep เพื่อความปลอดภัย ยกเว้นจะสั่งให้โจมตี. Lord ไม่สามารถสั่งให้เคลื่อนที่ไปยังจุดที่ต้องการได้โดยตรง.
  5. อุปกรณ์ปิดล้อม (Siege Equipment)
    • อุปกรณ์ปิดล้อมต้องใช้ Engineer ในการสร้างและบังคับ. เลือก Engineer แล้วคลิกปุ่ม 'Build' เพื่อดูรายการที่สร้างได้.
    • เมื่อเลือกอุปกรณ์ที่จะสร้างแล้วคลิกบนแผนที่ จะปรากฏ เต็นท์ปิดล้อม (siege tent) ซึ่งบอกระยะเวลาในการสร้าง. เต็นท์ปิดล้อมและ Engineer ที่อยู่ภายในเปราะบางมากระหว่างการสร้าง.
    • อุปกรณ์ปิดล้อมต้องการ Engineer ตามจำนวนที่กำหนดเพื่อบังคับ.
    • ประเภทอุปกรณ์ปิดล้อม:
      • Portable Shields (โล่เคลื่อนที่): ต้องการ 1 Engineer ปกป้องทหารราบจากการยิงระยะไกล แต่เปราะบางต่อการโจมตีระยะประชิด.
      • Battering Rams (รถกระทุ้งประตู): ต้องการ 4 Engineer เคลื่อนที่ช้า ทนทาน เป็นอาวุธชั้นดีในการทำลายประตู กำแพง และหอคอย.
      • Siege Towers (หอคอยปิดล้อม): ต้องการ 4 Engineer เมื่ออยู่ในตำแหน่ง จะช่วยให้ทหารของคุณปีนขึ้นกำแพงศัตรูได้อย่างรวดเร็ว.
      • Catapults (เครื่องยิงก้อนหิน): ต้องการ 2 Engineer เคลื่อนที่ได้ ค่อนข้างแม่นยำ ระยะปานกลาง สร้างความเสียหายปานกลาง ดีสำหรับการโจมตีเฉพาะจุด เช่น ทำลายโครงสร้าง. สามารถยิงวัวป่วยได้ในบางภารกิจ.
      • Trebuchets (เครื่องยิงหินขนาดใหญ่): ต้องการ 3 Engineer ขนาดใหญ่และอยู่กับที่เมื่อสร้างแล้ว ขาดความแม่นยำของ Catapults แต่มีระยะไกลมากและสร้างความเสียหายได้มากเมื่อกระทบโครงสร้าง. ยิงด้วยวิถีโค้งสูง จึงเหมาะสำหรับการยิงข้ามกำแพง. สามารถยิงวัวป่วยเพื่อกระจายโรคได้.
    • Catapults และ Trebuchets ใช้ หิน (rocks) ในการยิง สามารถแลกเปลี่ยน 10 หิน (จาก Stockpile) เป็น 20 ก้อนหินสำหรับยิงได้.
  6. โครงสร้างป้องกันที่เกี่ยวข้อง (Related Defensive Structures)
    • Gatehouses (ประตูเมือง): ให้คนงานเข้า-ออกปราสาท สามารถหมุนได้. Gatehouse หินสามารถติดตั้ง Drawbridge (สะพานชัก) ได้.
    • Walls (กำแพง): สร้างจากไม้หรือหิน. กำแพงหินสามารถเพิ่ม Crenellated walls เพื่อเพิ่มการป้องกัน. กำแพงไม้ถูกกว่าแต่พังง่ายกว่าและ ทหารยืนบนกำแพงไม้ไม่ได้.
    • Turrets (ป้อมเล็ก): ราคาถูก รับความเสียหายได้มากกว่ากำแพง กันบันได ให้โบนัสระยะยิง/ป้องกันแก่หน่วยระยะไกล บรรจุทหารได้น้อย ไม่รองรับอุปกรณ์ปิดล้อม และอ่อนแอต่อการขุดอุโมงค์.
    • Towers (หอคอย): ราคาแพงกว่า ทหารบรรจุได้มากกว่า รองรับอุปกรณ์ปิดล้อมป้องกัน และ ไม่ถูกโจมตีด้วยการขุดอุโมงค์. ให้โบนัสระยะยิง/ป้องกันเหมือนป้อมเล็ก. ทหารเข้าหอคอยผ่านกำแพงที่ติดกันและต้องมีบันได.
    • Stairs (บันได): จำเป็นเพื่อให้ทหารขึ้นไปบนกำแพงและ Gatehouse ได้.
    • Traps (กับดัก): มี Killing Pit (บ่อสังหาร) และ Pitch Ditch (คูน้ำมัน). Pitch Ditch ต้องใช้ Pitch และต้องให้ Archer ที่มีเตาไฟจุดไฟด้วยธนูติดไฟ.
    • Moat (คูน้ำ): สามารถขุด (ต้องใช้หน่วยทหารที่มีเคอร์เซอร์พลั่ว) และถมได้. บางหน่วยทหารปฏิเสธการขุดคูน้ำ.
    • Mounted Siege Equipment (อุปกรณ์ปิดล้อมติดตั้ง): Ballista และ Mangonels สามารถวางบนหอคอยได้. ต้องการ Engineer ในการบังคับ.
    • Boiling Oil (น้ำมันเดือด): การป้องกันที่ยอดเยี่ยม ต้องมี Oil Smelter (โรงหลอมน้ำมัน) (10 เหล็ก, 100 ทองคำ) และ Engineer ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแล. Engineer คนแรกจะเติมน้ำมันใน Smelter ส่วนคนต่อมาจะได้รับหม้อน้ำมันเดือด.
  7. ปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อกำลังทหาร
    • Fear Factor (ปัจจัยความกลัว): การวางสิ่งดีๆ (Good Things) หรือสิ่งไม่ดี (Bad Things) รอบๆ ปราสาทมีผลต่อ Fear Factor และส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของคนงานและ โบนัส/บทลงโทษการโจมตี (attack rating bonus/penalty) ของทหาร. สิ่งดีๆ ให้โบนัส (+25% สูงสุด), สิ่งไม่ดีให้บทลงโทษ (-25% สูงสุด). สามารถดูโบนัสได้จากหน้าต่างรายงานของ Scribe ภายใต้ปุ่ม 'Army'. จุดสีเขียว/แดงเหนือแถบพลังชีวิตของหน่วยแสดงโบนัส/บทลงโทษ (จุดละ 5%).
  8. กำลังทหารในโหมดเกมต่างๆ (Military Forces in different Game Modes)
    • กำลังทหารเป็นหัวใจหลักของโหมด Combat campaign (แคมเปญต่อสู้), Jewel Campaign (แคมเปญ Jewel), Siege mission (ภารกิจปิดล้อม) และ Invasion Scenario (ฉากบุกรุก).
    • ในโหมด Free Build (สร้างอิสระ) โดยปกติไม่มีศัตรู แต่คุณสามารถตั้งค่าให้มีการ Invasions (การบุกรุก) ซ้ำๆ ได้ โดยปรับความยากง่าย และมีช่วง Peace Time (ช่วงสงบสุข) ก่อนการบุกรุกจะเริ่ม. คุณสามารถเรียกเหตุการณ์และการบุกรุกเองได้ในเกม Free Build โดยใช้หน่วยทหารและอุปกรณ์ปิดล้อมที่กำหนดไว้ล่วงหน้าหรือกำหนดเอง.
    • ในโหมด Multiplayer (ผู้เล่นหลายคน) สามารถเล่นได้สูงสุด 8 คนผ่าน Steam. โหมด King of the Hill (ราชาแห่งเนินเขา) มีวัตถุประสงค์คือการยึด Keep กลางให้นานพอ. Host สามารถปรับการตั้งค่าเกมได้หลายอย่าง รวมถึง Tech Level (ระดับเทคโนโลยี) (มีผลต่อหน่วยทหารที่เข้าถึงได้), Starting Goods/Troops/Gold (ทรัพยากร/ทหาร/ทองเริ่มต้น), และ Strong Walls (กำแพงแข็งแรง) ที่ป้องกันไม่ให้หน่วยทหารปกติสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างป้องกัน.
    • ใน Map Editor (โปรแกรมแก้ไขแผนที่) คุณสามารถวางหน่วยทหารบนแผนที่ได้ รวมถึงบนหอคอยและกำแพง. คุณยังสามารถตั้งค่า Invasions (การบุกรุก) ใน Scenario Editor ได้ โดยกำหนดผู้โจมตี จุดเข้าแผนที่ และการโจมตีซ้ำ.
    • โหมด Siege That (ปิดล้อมปราสาท) เป็นโหมดพิเศษที่คุณต้องใช้ทรัพยากรและทองคำที่จำกัดเพื่อสร้างและป้องกันปราสาท ในขณะที่ผู้เล่นฝ่ายโจมตีจะได้รับแต้มเพื่อใช้ซื้อหน่วยทหารและอุปกรณ์ปิดล้อมในการโจมตี
  9. คุณภาพชีวิตและการควบคุม (Quality of Life and Controls)
    • มีการ เพิ่มขีดจำกัดของทหารและอาคาร (Increased troop and building limits) ใน Definitive Edition.
    • มีแถบเลื่อนระดับเสียงสำหรับ 'Unit speech' (เสียงพูดของหน่วย).
    • ระบบควบคุม Classic vs Modern Controls มีผลต่อการเลือกหน่วยและการสั่งให้เคลื่อนที่/โจมตี (ใช้คลิกซ้ายสำหรับเลือกทั้งสองแบบ แต่ Modern ใช้คลิกขวาสำหรับเคลื่อนที่/โจมตี ส่วน Classic ใช้คลิกซ้าย).
    • มีปุ่มลัดคีย์บอร์ดเพื่อช่วยในการจัดการ เช่น การจัดกลุ่มหน่วย, การตั้งจุดเดิน, การเลือกหน่วยประเภทเดียวกัน, การศูนย์กลางกล้องไปที่ Barracks ('B'), Lord ('L'), หรือ Signpost (จุดที่ศัตรูปรากฏ) ('S' ใน Classic, 'O' ใน Modern).

เครดิต
Credit

บทสรุปเกม
WALKTHROUGH

ตัวละคร.
CHARACTER.


ข้อมูลเบื้องต้น
Basic information


ข้อมูลที่น่าสนใจ
ARRTICLE INTERESTING


ความลับ ,โกงเกม
Secrets, Cheat Game


เว็บไซต์:ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
Related Website

ยูทูป เกมส์มิ่ง
Gaming - YouTube

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Related content

ดาวน์โหลดเกม
GAME DOWNLOAD

ชวนฟัง! - รีวิวแนะนำ